2007/Oct/18

 อย่ามาจับ!!!” เสียงแหลมพูดก่อนจะสะบัดตัวออกห่างอีกคนน่านะดีกันนะเฮซอง นะที่รักไม่ต้องมายุ่ง!!!  ไปไกลๆเลยไป!!!”เค้าขอโทษ ต่อไปเค้าจะไม่ทำอีกแล้วนะจุนจินได้แต่เดินตามง้อ คนผมสีอ่อนอยู่ท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมวงอีก สองคนที่ได้เเต่ส่ายหน้า นี่มันจะง้อกันอีกนานไม๊ว่ะเนี่ย พวกกรูหิวข้าววววววว T^T นี่เฮซองนายก็เลิกงอนไอ้จุนมันซักทีเหอะ มันก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ แล้วไง ตอนนี้นายก็ไม่ได้เจ็บอะไรแล้วนี่ใช่ไม๊ เลิกงอนเหอะ แค่คู่ของ อีริคกับเเอนดี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว และที่สำคัญ ฉันกับไอ้ดองวาน หิวข้าวแล้วโว้ยยย!!” มินวูที่นั่งดูทั้งสองคนอยู่พ่นออกมาซะยืดยาว ทำเอาคนหน้าสวยหันไปมอง คนข้างกายที่ ทำหน้าตาน่าสงสาร ก็อดใจอ่อนตามที่เพื่อนพูดไม่ได้ อือ ก็ได้ว่ะ  ฝากไว้ก่อนเถอะนายจุนจิน  นี่เพราะเห็นแก่ มินวูกับดองวานนะไม่งั้น  คอยดู!!” ว่าแล้ว ก็รีบเดินชิ่งไปเข้าไปในครัว เพื่อรีบทำอาหารโดยด่วน ทิ้งให้อีกคนวิ่งตามเข้าไปหวังว่าจะเป็นลูกมือ ซะหน่อย ... ร่างโปร่งที่ตอนนี้กำลังง่วนกับการตั้งกระทะ หั่นผักด้วยความคล่องแคล่ว  โดย มีชายหนุ่มอีกคน คอยยืนดูและพยายามจะช่วย  แต่เหมือนยิ่งช่วยก็ยิ่งเลอะเทอะเข้าไปใหญ่ นายจุนจิน !!  ไปนั่งเลยนะ ไปนั่ง ตรงนั้น!!! จะดีมาก ถ้านายจะช่วยให้กำลังใจอย่างเดียว  คนตัวเล็กกว่าพูดเสียงดัง ทำเอาคนตัวสูงสะดุ้ง ทำหน้าหงอย ก่อนจะไปลากเก้าอี้ โต๊ะกินข้าวมานั่งดู อยู่ใกล้ๆ  เฮซอง เค้าอยากช่วยอะ หลังจากนั่งให้กำลังใจอยู่นาน ดูตัวเองช่างไร้ค่าเสียเหลือเกิน -..-“ เฮซองหันมามองร่างสูงที่นั่งเอามือชนกัน เหมือนเด็ก แล้วก็ต้องอ่อนใจ ก่อนจะเดินไปหอมแก้มอีกฝ่ายที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเป็นเชิงปลอบ ก่อนจะรีบหันกลับ มาจัดการหน้าที่ของตัวเอง  ทิ้งให้คนโดนขโมยหอมแก้ม ตะลึงไปครู่นึง มองตามด้านหลังคนที่กำลัง เอาทัพพีคนแกงกิมจิในหม้อ ถ้าสังเกตให้ดีละก็ คงเห็นว่า ปลายหู ของคนที่ก้มหน้าก้มตาทำอาหารเป็นเป็นสีชมพูไปแล้ว จุนจินลุกขึ้น ตามอีกคนเพื่อสวมกอดจากด้านหลัง ทำเอาอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อย บิดตัวอย่างลนลานจุนอย่า อย่างงี้มันอันตรายนะ เฮซองพูดตะกุกตะกักอยู่พักนึง ก่อนจะเลยตามเลยให้ อีกคนสวมกอดเอาไว้อย่างนั้น  จนเมื่อเสียงน้ำมันในกระทะเริ่มเดือด จึงขืนตัวเล็กน้อย ส่วนคนกอดก็ยอมปล่อยตัวแต่โดยดี  เฮซอง งั้นฉันไปจัดโต๊ะให้ละกันนะ ว่าแล้วก็เอื้อมมือมาหยิบจานช้อนซ้อมไปวางไว้ตามที่ต่างๆปล่อยให้ พ่อครัวทำครัวไปโดยไม่กวน เพื่ออีกฝ่ายจะได้ทำครัวสะดวกมากขึ้น จุนจิน วันนี้มีอะไรกินมั้ง เสียงใสดังมาจากด้านบนโดย ที่มีอีกคนสูงเดินกุมมือเล็กตามมาด้วย  โว้ย!!! จูงมือกันมาเลยเรอะนั้น กลัวหลงในบ้านตัวเองรึไง เมื่อกี้ยังเห็นไม่พูดกันอยู่ อะแหมๆๆๆๆ!!” เสียงแซวทำเอาคนถูกแซวหน้าแดงโดยที่คนตัวสูงข้างกายไม่ได้สะทกสะท้านไปด้วยเลยไอ้จุนจิน  เงียบปากไปมั้งก็ได้นะ ไม่มีใครว่าว่าหมาในปากนายไม่สบายหรอก พูดมากจริงๆเลยเเอนดี้หันมาแหวใส่ก่อน จะหันไปเห็นว่าคนโดนด่า เขี้ยวงอกซะแล้ว  ว่าไงนะไอ้เตี้ย!!!” พูดไม่พูดเปล่า ก่อนการจลาจลย่อมๆจะเกิดขึ้น คนตัวเล็กได้แต่โกยอ้าววววว ลูกเดียวมีหวังโดนจับได้ไม่ได้เกิดกันแน่ๆแน่จริงก็จับให้ได้ดิว่ะ ไอ้เถื่อน5555” คนตัวเล็กได้แต่หัวเราะเสียงใส วิ่งไปก็หัวเราะไปโดยมีคนอีกคน ที่โกรธจนควันเกือบออกหูวิ่งไล่ตามไม่นานเมื่อมือยาวเกือบจะคว้าไว้ได้ทัน  มืออีกคู่ก็รวบตัวร่างเล็กเอาไว้ได้เสียก่อน  เเขนเเกร่งโอบคนในอ้อมกอดพร้อมกับเอาตัวกันไว้ทั้งตัว ทำให้จุนจินพลาดท่า หน้าเกือบได้จูบพื้นเสียหล่อซะเเล้ว   เอาล่ะไปกินข้าวๆ อีริคโอบเอวบางพร้อมกับเดินเข้าไปในครัวทันทีปล่อยให้อีกคนตะโกนตามหลังโหย อะไรเนี่ย เเอนดี้ขี้โกงนี่หว่า มีอีริคช่วยอะ ไม่ยุติธรรมเลย คนตัวสูงได้เเต่ทำหูทวนลม  เเต่คนตัวเล็กกลับหันมาเเลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างคนกำชัยชนะเเอนดี้ นายก็อีกคน เดี๋ยวนี้ปากเก่งเหลือเกินนะเรา เดี๋ยวจะจับจูบซะให้เข็ดเลยดีไม๊ อีริค บรรจง กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก เออ พูดเเบบนี้คนกวนประสาทก็หุบปากฉับได้เลยเเฮะ กลิ่นอาหารที่โชยออกมาจากห้องครัว เป็นตัวสงบศึกได้เป็นอย่างดี คนทั้งห้าเลยได้ฤกษ์ เดินไปนั่งประจำที่ ของตนอย่างรู้งาน  เหตุการณ์บนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างปกติสุข พร้อมกับรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะเหมือนอย่างเคย.... **************************************************************** ฮ้า อิ่มจังเลย  อาหารอร่อย คนทำอาหารก็น่าอร่อย จุนจินที่นั่งลูบท้องอยู่พูดพลางส่งสายตาหื่นกามไปหาคนข้างๆนี่ พูดอะไรน่ะ จะบ้าหรอ อีกคนก็หน้าเเดงเถือก ฟาดมือไปตามลาดไหล่ เเกร่ง ดังป๊าบ ใหญ่นี่เจ็บนะเนี่ย เดี๋ยวเหอะเดี๋ยวจะเอาคืน  ไอ้ตัวดี ว่าเเล้วท่านชายเเกก็รวบหัวรวบหางอีกฝ่ายวิ่งออกจากห้องครัวไปทันทีทิ้งให้ ทั้งสี่คนมองหน้ากันอยู่พักนึงก่อนจะนึกอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้ เฮ้ย ไอ้จุน นี่เกคิดจะไม่ล้างจานหรอว่ะ มินวูตะโกนออกมา ในขณะที่อีกสามคนค่อยๆย่องหนีอย่างเบาๆจนเมื่อใกล้ถึงทางออก อีริคก็เห็นช่องทางใหม่ รีบอุ้มเเอนดี้ก่อนจะเบียดดองวาน ออกจากประตูห้องครัวเเล้วรีบชิ่งไปก่อน  ปล่อยดองวานยืนงงปนเจ็บใจ เเล้วก็ต้องคอตกหันมาเจอมินวูที่ยืนยิ้ม เผล่ ยื่นมือมา รอเป่ายิ้งฉุบด้วย ผลสุดท้าย ผู้ที่ได้ล้างจานได้เเก่................................. ยิ่ง   ฉุบ!! อ๊ะ ดองวาน ล้างให้เกลี้ยงๆนะ มินวูเดินสบายใจออกไป ทิ้งให้ชายหนุ่มอีกคน ยืนเซ็ง เออ ล้างก ็ล้างว่ะ ชิ!!เเล้วทั้งห้าหนุ่มก็เดินออกมานั่งล้อมวง ดูรายการทีวีไป เรื่อย โดยที่บนโซฟามี เฮซอง จุนจิน อีริค ส่วนเเอนดี้ ก็นั่งเอาหัวเกยเข่าอีริคที่เอามือลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเพลินมือ เเละมินวู ก็นั่งลงตรงพื้น ข้างเฮซอง ขาดก็เเต่ดองวานทียังคงยืนล้างจานไม่เสร็จซักที เเอนดี้นั่งขมวดคิ้วไปมา หลังจากทานอาหารเสร็จ สมองก็ปลอดโปร่งเเต่จะว่ายังไงดีล่ะ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้ทำนี่นา โดยเฉพาะสำหรับคนความจำสั้นอย่างเค้าไม่ใช่เรื่องเเปลกเลย เเต่ก็นั้นแหละ มันอะไรกันน่า.. คิดไปมือใหญ่ที่เคยลูบผมก็เรื่อยลงมาลูบ ไปตามคางมน เรื่อยไปจนลำคอขาว กวนความคิด ซะจน สติสตังเตลิดเปิดเปิง  มือเล็ก จับมืออีกฝ่ายออก ไปวางไว้บนเข่า ของเจ้าของมันก่อนจะใช้ความคิดต่อ ไม่นาน เจ้ามือปลาหมึกก็ย้อนกลับมาที่เดิมอีกอยู่ เป็นอยู่หลายต่อหลายรอบน่าดู จนคนตัวเล็กเริ่มรำคาญ หันไปมองคนตัวสูงตาเขียวxyf ความจริงอีริคนั่งสังเกตร่างบางอยู่ตั้งนานเเล้วก็รู้ด้วยว่าสาเหตุที่คนๆนี้ทำหน้ายุ่งคืออะไร  คงหนีไม่พ้นเรื่องที่พูดค้างไว้ในห้องนอนเป็นเเน่ ถึงได้หน้ายุ่งขนาดนั้น เค้าเลยเเค่ตั้งใจจะกวนคนตรงนั้นเท่านั้นเอง เเละมันก็ดูจะได้ผลเป็นอย่างดีเสียด้วย อ้าว ดองวานล้างจานเสร็จเเล้วหรอ จุนจินถามขึ้นเมื่อเห็น เพื่อนตัวเองเดินเช็ดมืออกมาจากครัวก็เเน่อะดิใครจะเหมือนเเกล่ะหน้าด้านจริง รีบชิ่งออกมาก่อนเลยนี่ ว่าเเล้วก็มองหาที่นั่งบ้างดองวานมานั่งนี่ก็ได้ฉันกับเเอนดี้มีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อยน่ะ เเล้วเดี๋ยวจะเลยไปนอนด้วยเลยเนี่ย ว่าพลางจะจับมือคนตัวเล็กที่ทำหน้างง เดินตามขึ้นห้องไปด้วยกัน โดยที่คนอื่นมองเป็นเรื่องปกติไปเเล้ว  *******************************************************************/2

2007/Oct/17

หลังจากลับมาจากอัดรายการ เรียล เลิฟ เล็ตเตอร์ ร่างเล็กของใครบางคน นั่งนิ่งอยู่บนเตียงมาเป็นเวลานาน พร้อมกับอีกคนที่ตัวสูงกว่าไม่มากนัก ทั้งคู่หน้ามุ่ย บ่งบอกอารมณ์โดยไม่ต้องสงสัย ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน ปังๆๆๆๆ เสียงทุบปะตูก็ยังดังมาอยู่เป็นระลอกๆ ไม่หยุดหย่อนเลยแม้แต่น้อย คนข้างในเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวมาเปิดปะตูให้เช่นเดียวกัน              แอนดี้นายเปิดประตูเถอะนะ เสียงทุ้มของอีกคนพูดขึ้นก่อนจะตามด้วย..เฮซอง นายจะงอนอะไรฉันอีก ก็ฉันขอโทษแล้วไงล่ะ อีกเสียงก็พูดตามง้อไม่ขาดสาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงเเล้ว ร่างสูงใหญ่ทั้งสองคนไถลตัวลงนั่งพิงบานปะตูก่อนจะมองหน้ากันอยากหมดอาลัยตายอยาก  ชายหนุ่มทั้งคู่สบตากัน สื่อความหมายว่า เข้าใจกันเอง แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาพร้อมกัน  ตามด้วยสายตา เพื่อนร่วมวงอีกสองคน คือ ดองวันและมินวูที่มองมาอย่างสมเพช  เหอะๆๆไม่มีแฟนนี่ดีกว่าเห็นๆ บอกก็ไม่เชื่อ กลับมาดูข้างในห้องกันดีกว่า... เฮซอง ของนายเนี่ย จุนจิน มันทำอะไรนายหรอ นายถึงได้งอนมันล่ะ คนตัวเล็กหันไปถามร่างโปร่งที่นั่งอยู่ด้วยกันทำลายความเงียบ เเม้ใบหน้ายังไม่ดูเรียบเฉยก็ตามนายไม่เห็นที่หมอนั้นมันทำฉันหรอแอนดี้ หมอนั่นน่ะ ดีดยางที่ครอบหัวมาที่แก้มฉันเต็มๆเลย เจ็บมากเลยนะ ทีฉันอะ ยังดีดหน้าผากหมอนั้นเบาๆเลยนะ แล้วก็ทำหน้าตาขึงขัง พองลมเป็นปลาทอง ในขณะที่คนตัวเล็กหันไปมองหน้า พลางคิดในใจ นี่เมิงสองคนงอนกันเรื่องแค่นี้หรอเนี่ย  แล้วนายล่ะ เเอนดี้ นายงอนอะไรอีริคล่ะฉันไม่เห็นมันจะทำอะไรเลยนี่นอกจากหน้าง่วงเลยนี่พอจบประโยค เเอนดี้หันขวับไปทางเจ้าของคำพูดพร้อมกับเตรียมจะแหวใส่ทันทีเฮซองนายตาบอดรึไงห๋าาา!!! ที่ตานั้นนั่งจู๋จี๋กับฮา จีวอนน่ะ แล้วอะไรนะ เวลาพักเบรคก็ไปขลุก หัวเราะคิกคักๆอยู่ด้วยกันอีก ทำไมหมอนั้นไม่ตามไปส่งที่ จีวอนที่บ้านเลยล่ะ เชอะ!!” ว่าเเล้วเจ้าตัวเล็ก ที่พ่วงตำเหน่ง น้องเล็กของวง ก็ทำปากจิ๊จ๊ะ อย่างคนอารมณ์เสีย  เฮซอง หันมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้น้ำตาเริ่มคลอหน่วย ดูท่าสถานการณ์ของเเอนดี้จะหนักหนากว่าเรื่องของเค้ามากพอดูเลยทีเดียว ถ้าเทียบกันแล้วดูท่าเรื่องของเค้าเองจะเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลย เเอนดี้นายต้องคุยกับอีริคนะ เพราะถ้าขืนนายไม่พูดกับเค้าให้รู้เรื่องนายก็จะเป็นคนที่เสียใจนะ คนผมสีอ่อนพูดขึ้นก่อน จะหันไปโอบ ไหล่เล็กที่สั่นไหวน้อยๆ ด้วยแรงสะอื้น ฉันกลัว อะ..ฮึก เฮซอง ฉันกลัวว่าอีริคจะชอบ จีวอน น่ะเฮซอง จีวอนเค้าเป็นผู้หญิง แล้ว..แล้วเค้าก็สวยมากด้วยล่ะเฮซองถ้าอีริคจะชอบเธอก็คงไม่แปลกใช่มั้ยล่ะ ฮ..ฮึก ร่างบางพูดไปก็ร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร คนฟังได้แต่ลูบหัวปลอบไป อย่างไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะในใจก็ได้แต่คิด ว่าใครก็คงปลอบเจ้าคนนี้ได้ไม่ดีไปกว่า เจ้าตัวต้นเหตุของเรื่องนี้แน่นอน  ว่าพลางก็ค่อยๆขยับ ตัวลุกไปที่ปะตูอย่างเบาที่สุด โดยคนที่มัวแต่สะอึกสะอื้นไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย   คลิ๊ก!!” ทันทีที่เสียงปลดล๊อคปะตูดังขึ้น ชายหนุ่มทั้งคู่ที่นั่งอยู่หน้าประตูก็รีบเด้งตัวลุกขึ้น ทันทีพร้อมกับลุ้นไปว่า ใครหนอเป็นคปลดล๊อคกลอนกันนะ คนผมสีอ่อน เยี่ยมหน้าออกมาเล็กน้อย ก่อนที่สงสายตาอาฆาตเฉียบพลัน ไปยังจุนจินที่ตอนนี้เตรียมจะโห่ร้องด้วยความยินดี ให้เงียบลง จนอีกฝ่ายต้อง ปิดปากฉับ  ชายหนุ่มร่างใหญ่อีกคนได้แต่ชะเง้อไปด้านหลังร่างโปร่งหวังจะมองหาคนรักที่ของตนที่นั่งอยู่ในห้อง แล้วหัวใจของเขาก็ต้องหล่นวูบ เมื่อสายตาคมเห็นว่า ไหล่เล็กๆนั้นสั่นน้อยๆ  อีริคหันมาสบตาเฮซอง อย่างสงสัย  ก่อนที่คนผมสีอ่อน จะถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ  ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงนะอีริค แต่ฉันเชื่อใจนายนะ เฮซองพูดเสียงเบา ก่อนจะเขยิบตัวให้อีกคนก้าวเข้าไปในห้องพร้อมกับตนเองเดินออกมา โดยมีแขนแกร่งของจุนจิน โอบตาม  เฮซองได้แต่ส่งตาเขียวไปให้อีกฝ่ายแต่ก็ยังไม่กล้าทำเสียงดังอะไรมาก  ทั้งคู่ค่อยๆมองประตูปิดลง อย่างเป็นห่วง *************************************************************** ร่างสูงค่อยๆเดินไปนั่งลงข้างๆคนตัวเล็ก เเอนดี้รู้สึกได้ถึงแรงยุบที่ข้างๆตน จึงหันไปมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างว่า ไม่ใช่เฮซองกลับเป็นคนอีกคนที่ตอนนี้เค้ายังไม่อยากเจอหน้า น..นาย เข้ามาได้ไงเนี่ย ออกไปเลยนะ ออกไปเลย แขนเล็ก ออกแรงทั้งทุบทั้งผลักร่างใหญ่ของอีกคนให้ออกห่าง ทั้งที่ยังมีน้ำตาไหลอาบแก้มใสไปด้วย  ร่างสูงได้แต่นั่งเฉยปล่อยให้ คนตัวเล็ก ทุบอยู่อย่างนั้น  โดยไม่คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย รอจนคนตรงหน้าเริ่มเหนื่อย มือเล็กเปลี่ยนเป็นขยำเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายแน่น  จนคนตัวสูงต้องช้อนอีกคน มานั่งลงบนตักของตัวเอง เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมในตอนแรกแต่ ก็สู้แรงไม่ได้เลยต้องยอมจำนน นั่งลงแต่โดยดีเเอนดี้ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนตัก ชายหนุ่มอีกคนที่คอยลูบหลังปลอบไม่หยุดเช่นกัน ก่อนที่มือหนา จะกดหัวอีกฝ่ายให้ลงมาพิงอกกว้างของตน ความเงียบและเสียงสะอื้นเข้าคลอบคลุมทั้งสองคนอย่างเชื่องช้าและเนิ่นนาน มีแต่เพียงความรักและความอบอุ่นเท่านั้นเป็นตัวหล่อเลี้ยงให้ทั้งคู่ซึมซับซึ่งกันและกัน เจ้าตัวเล็ก ไหนพูดมาซิร้องไห้เรื่องอะไร อีริคถามขึ้นเมื่ออีกฝ่าย ดูจะเริ่มๆหยุดร้องไห้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงให้ความเงียบเป็นคำตอบถ้านายไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะเเอนดี้ ร่างสูงพูดพร้อมกดริมฝีปากลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก  คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างหน้าสงสาร น้ำใสๆยังคงติดอยู่ตามขอบตา และขนตาบาง  ทำเอาชายหนุ่มอดใจไม่ไหว  ก้มลงหอมแก้มใสที่เปื้อนน้ำตาฟอดใหญ่ ราวกับจะปลอบใจคนถูกหอมได้แต่เบี่ยงตัวหลบ แก้มที่ถูกขโมยหอม ระบายสีชมพูระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด  นี่อย่าทำอย่างงี้นะ อีริค ฉันยังโกรธ นายอยู่นะ คนตัวเล็กพยายามบังคับเสียงตัวเองให้ดูแข็งอย่างยากลำบาก ทำไมนะ พออยู่กับคนนี้ทีไรใจแข็งไมได้ทุกทีแล้วมันอะไรละครับ ฮึ!! ถ้าไม่บอแล้วจะรู้ไม๊ แขนแกร่งกระชับกอดให้คนตัวเล็กเบียดชิดเข้ามามากกว่าเก่า ก็เรื่องนายกับ จีวอนไง  คือ เอ่อ.. คือ.. นาย คงไม่ได้..เอ่อ.. แอนดี้พูดจาตะกุกตะกัก  แม้แต่ความคิดก็ไม่อยากจะคิด  เพราะฉะนั้นคำพูดเค้าก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน เลยทำให้การสื่อสารนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงฟังไม่รู้เรื่อง เเต่สำหรับคนฟังที่นั่งอยู่ตรงนี้ เค้าเข้าใจในสิ่งที่คนรักของเค้าบอกทุกคำ...ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่ตะกุกตะกักไม่เป็นประโยค หรือแม้แต่คำตอบของคำถามที่มาจากหยาดน้ำตาทุกหยดนายไม่เชื่อใจฉันเลยหรอเเอนดี้ ร่างสูงถามอีกฝ่ายด้วยเสียงที่อ่อนหวาน โดยที่ร่างเล็กบนตักส่ายหัวดุ๊กดิ๊กเป็นคำตอบนายไม่รักฉันแล้วหรอ เเอนดี้ อีกครั้งที่ร่างเล็กก็ยังคงส่ายหัว แทนคำตอบ พร้อมกับมือเล็กที่กำแน่น บริเวณชายเสื้อเชิ้ต มันไม่ใช่อย่างนั้นนะอีริค ฉันแค่คิดว่า ... ถ้านายชอบจีวอนมากกว่าฉันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ..เพราะเธอทั้งสวย แล้ว..แล้วเธอก็นิสัยดี แถมเธอยังเป็นผู้หญิงอีกต่างหาก ฉันคงสู้เธอไม่ได้ และฉันคงเสียใจถ้าต้องเสียนายไป ฮ..ฮึก..ฮือ แขนเล็กโอบรอบคอคนตรงหน้า พร้อมกับร้องไห้โฮ ออกมาอีกครั้ง  ร่างสูงยิ้มออกมาบางๆ  ก่อนจะหันไปหอมแก้มคนที่ซุกอยู่ตรงซอกดอตนอย่างนุ่มนวลฉันดีใจนะที่นายหึงฉันเนี่ย แต่เเอนดี้ใครจะไปสำคัญกว่านายได้ยังไง ถ้าฉันเกิดชอบฮา จีวอน ตอนนี้ฉันจะมานั่งกอดนายอยู่อย่างนี้หรอ มั่นใจหน่อยซิเเอนดี้ นายคือคนที่ฉันเลือก เเละนายเองก็เป็นคนเลือกฉันนะ อีริค ก้มลงซุกไซร้ไปตามซอคอขาวของอีกฝ่ายก่อนจะคลอเคลียไปตามแก้มเนียน  ปากหนาจูบซับไปตามน้ำใสๆทั่วใบหน้า ก่อนจะกดจูบไปที่ปากอิ่มของคนขี้แย ลิ้นอุ่นควานหาความหวานไปทั่ว อย่างอ่อนหวาน ก่อนจะผละออกจากกันครู่นึง เพื่อสบตาอีกฝ่ายอย่างหลงใหลก่อนจะประกบจบลงไปอีกครั้ง แต่คราวนี้มันต่างออกไป มีแต่ความเร่าร้อนที่มอบให้กับคนตัวเล็ก มือหน้ากดท้ายทอยอีกฝ่ายให้เผยอรับจูบมากขึ้น กว่าเก่า ลิ้นร้อนตวัด หยอกล้อกับลิ้นเล็กบ่งบอกถึงความชำนาญที่ต่างกัน ของทั้งสองฝ่าย กว่าที่อีกคนจะผละออกมาได้จากการจูบมาราธอน ก็เพราะ อีริคกลัวคนในอ้อมกอดจะ ไม่มีอากาศหายใจเสียก่อนจึงได้ยอมถอนจูบออกมาอย่างเสียดายคนตัวเล็กสูบอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว เหมือนกับคนที่คิดว่าชาตินี้ไม่ได้หายใจอีกแล้ว ค่อยๆหายใจซิเเอนดี้ เดี๋ยวก็เจ็บหน้าอกหรอก อีริคพูดพลางคลอเคลียไปตามแก้มสีระเรื่อของอีกฝ่าย คนตัวเล็กได้หันมามอง ตาเขียว เหมือนจะบอกว่า แล้วมันเพราะใครล่ะ อ๊ะๆๆ อย่ามองด้วยสายตาอย่างงั้นนะ ไม่งั้นฉันไม่หยุดแค่จูบหรอกนะ แล้วนายจะหมดโอกาสคุยกับฉันจนถึงเช้าแน่ ร่างสูงพูดเป็นเชิงขู่ ก่อนที่คนฟังได้เเต่พะงาบปาก อยากด่า แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ที่ทำได้ก็เพียงแค่ขืนตัวออกมายืนตรงหน้า ก่อนจะทำท่าครุ่นคิดแล้วเดินไปทางปะตู ถ้าไม่ติดว่า อีกฝ่ายคว้าข้อมือ เอาไว้เสียก่อน จะไปไหนน่ะเเอนดี้ ไม่อยากรู้หรอว่าฉันคุยอะไรกับฮา จีวอน บ้างน่ะ ร่างสูงพูดเหมือนยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายที่ทำท่าคิดอีกซักพักก็อยากนะ แต่ตอนนี้หิวแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาคุยละกันนะ คนตัวเล็กยิ้มอ้อน ก่อนจะหมุนตัวไปทางประตู โดยมีอีกคนตามมาไม่ห่าง *****************************************************************//1 

 

edit @ 18 Oct 2007 00:48:24 by นู๋เจี๊ยบ

2007/Feb/09

การที่จะปล่อยให้ใครซักคนเข้ามาในชีวิต
เป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากมาก
การที่จะรู้ว่าเค้าคนนั้นจะไม่ทำร้ายเรา
จะดูมันจากตรงไหนดี
ความรักเจ้าเอย~~เจ้าเคยมอบความสุขใจ
ความรักเจ้าเอย~~ใยเจ้าเลยเปลี่ยนเเปลงไป
ความรักเจ้าเอย~~เจ้าเลยทำเราเศร้าหัวใจ
ดาดี๊ดาดา ดี๊ดา ดี๊ดาดา~~
ฮัมเพลงไปกับความเหงาเเละตัวคนเดียว
สุขใจกับความเปล่าเปลี่ยว
ความทุกข์อาจจะเป็นเเค่ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ผ่านเข้ามา
เเต่ถ้าเราผ่านมันไปได้ ก็ใช่ว่าจะพบเจอความสุขทันทีเสียเมื่อไหร่
เเต่ความสุขก็เหมือนดวงดาวที่ระยิบระยับเต็มฟ้า
หากเราเอื้อมมือคว้ามันเลย จะรู้ไหมเล่าว่าดวงไหนคือความสุขที่เเท้จริง
เเต่ซักวันหากคว้าดวงดาวที่พราวงามที่สุด ไกลที่สุด มาอยู่ในมือนี้ได้เเล้วล่ะก็......
หากเพียงเเต่คว้ามันมาได้....
หากเพียงเเต่เก็บมันเอามาเเล้วชื่นชม....
หากเพียงเเต่เป็นความสุขของเราคนเดียวเล่า....
ขอได้ไหม...
ถ้าหากมีความสุขเเต่เหงาใจล่ะ...
ขอได้ไม๊...
เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีเเต่ดาวสุกใสเต็มฟ้า
จะเอื้อมมือคว้าดาวไปทำไมกันนะ
ถ้าหากไม่มีใครคอยเป็นกำลังใจให้กัน
ถึงเเม้คว้าดาวเเห่งความสุขมาได้ด้วยความภาคภูมิใจนี้
หากไม่มีใครซักคนคอยลูบหัวน้อยๆเเล้วถามว่า
"เหนื่อยไม๊ที่รัก เธอทำได้ดีที่สุดเเล้วนะ"
ขอถามหน่อยได้ไม๊
ดาวที่เเห่งความสุขที่อยู่ในมือเรานี้หากคว้ามาได้เเล้ว
'ใครเล่าจะร่วมชื่นชม'


นู๋เจี๊ยบ [Isis ซิสจัง]
View full profile